วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

ทักษะการตั้งคำถาม



นางสาวขวัญชนก  เปรมอยู่  51125260240
คอมพิวเตอร์ศึกษา

 นายปิยะณัฐ  วิพันธุ์เงิน  51125260144
คอมพิวเตอร์ศึกษา

นายพงศ์ธร  ศรีวัฒนุพันธูุ์ 51125260208
คอมพิวเตอร์ศึกษา
  
นายปฐมพงษ์  นาคะ
51125260242
คอมพิวเตอร์ศึกษา


นายวรศักดิ์  เยาว์ทุม
51125260128
คอมพิวเตอร์ศึกษา

ทักษะการตั้งคำถาม
อาจกล่าวได้ว่า "คำถามที่ดี" เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของครูในการจัดการเรียนการสอน การตั้งคำถามจะช่วยดึงเด็กให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียน และช่วยให้ครูรู้ว่านักเรียนมีความเข้าใจในสิ่งที่ได้เรียนไปมากน้อยเพียงใด และในระหว่างที่เด็กคิดหาคำตอบ (และฝึกตั้งคำถามไปพร้อมกับครูนั้น) เด็กจะสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างสำคัญในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และการดำเนินชีวิตของเขาในภายภาคหน้า มาดูกันว่า คำถามมีกี่ประเภท ครูควรนำไปใช้ในสถานการณ์ใดได้บ้าง และมีข้อห้ามเกี่ยวกับการตั้งคำถามอย่างไร 
ประเภทของคำถาม
คำถามที่นิยมใช้กันแยกออกได้เป็น  12  ประเภท ดังนี้
1.       คำถามความรู้ ความจำ เป็นคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว และสามารถระลึกได้ เช่น ศัพท์ นิยาม กฎ เป็นต้น
2.       คำถามที่นำไปสู่การสังเกต เป็นคำถามที่ครูต้องการให้นักเรียนได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เพื่อรับรู้และตอบปัญหา หรือนำเอาประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วยในการตอบปัญหา
3.       คำถามที่นำไปสู่การอภิปราย หรือถามความเข้าใจ เป็นคำถามที่ครูต้องการให้นักเรียนใช้เหตุผลมาประกอบกับข้อมูลจากประสบการณ์มาช่วยในการตอบปัญหา ลักษณะเป็นการตีความ แปลความ และขยายความ
4.       คำถามเพื่อให้นักเรียนเปรียบเทียบ เป็นการถามเพื่อให้นักเรียนวิเคราะห์เรื่องราว และพิจารณาว่าสิ่งใดสำคัญ ไม่สำคัญ มีสาเหตุ มีจุดมุ่งหมาย หลักการอย่างไร เพื่อนำสิ่งต่าง ๆเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกัน
5.       คำถามเกี่ยวกับเหตุผล เป็นคำถามที่ต้องการให้นักเรียนวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเหตุการณ์หรือเรื่องราวว่ามีสาเหตุจากสิ่งใด ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
6.       คำถามเกี่ยวกับการสรุปหลักการ เป็นคำถามเพื่อให้นักเรียนวิเคราะห์มูลเหตุความสำคัญ และสามารถสรุปเป็นหลักการหรือแนวปฏิบัติได้
7.       ถามที่นำไปสู่การสร้างสมมติฐาน หรือขั้นทำนาย เป็นคำถามที่ครูต้องการคาดการณ์อย่างมีเหตุผลว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างหรือคาดการณ์ในการที่จะขยายข้อสรุปในขั้นของการอธิบายให้กว้างขวางออกไป
8.       คำถามที่นำไปใช้หรือคิดสร้างสรรค์ เป็นคำถามที่ครูต้องการให้นักเรียนนำกฏเกณฑ์และความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ไปประยุกต์ให้เข้ากับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใหม่ เป็นการคิดที่แปลกแตกต่างจากสถานการณ์เดิม
9.       คำถามที่เกี่ยวกับการวางแผน เป็นคำถามเพื่อให้นักเรียนเสนอแนวความคิดวางโครงการหรือเสนอผลงานโดยอาศัยประสบการณ์ที่ได้เรียนมาผนวกกับแนวความคิดของตนเอง
10.    คำถามเพื่อการวิเคราะห์ หรือจำแนก เป็นคำถามเพื่อให้นักเรียนวิเคราะห์แยกแยะส่วนประกอบของเหตุการณ์หรือเรื่องราวเพื่อให้มองเห็นสาระสำคัญขององค์ประกอบนั้น ๆ
11.    คำถามเพื่อการสังเคราะห์ เป็นการถามเพื่อให้นักเรียนรวบรวม ผสมผสานส่วนประกอบย่อย ๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่มีความแตกต่างไปจากของเดิม
12.    คำถามเพื่อการประเมินค่า เป็นการถามเพื่อให้นักเรียนพิจารณาตัดสิน วินิจฉัย วิจารณ์ เหตุการณ์หรือเรื่องราวอย่างมีหลักเกณฑ์ ถูกต้องตามเหตุและผล


เทคนิคการตั้งคำถาม
1.       ตั้งคำถามสำหรับนักเรียนทั้งชั้น ไม่ควรถามเฉพาะเจาะจง หรือระบุตัวผู้ตอบคนใดคนหนึ่ง
2.       เว้นระยะให้คิดก่อนที่จะเรียกให้นักเรียนตอบ
3.       คำถามหนึ่งควรจะให้ตอบหลาย ๆ คนไม่ควรถามเพียงคนเดียว และพยายามฝึกให้นักเรียนตอบหลาย ๆ ทาง
4.       หลีกเลี่ยงคำถามที่ใช้คำตอบเพียงใช่ หรือ ไม่ใช่
5.       ครูควรเตรียมคำถามมาล่วงหน้าจะช่วยให้ครูถามอย่างมั่นใจ และไม่วกวน
6.       คำถามควรเป็นภาษาง่าย ๆ กะทัดรัด ไม่วกวน หรือคำถามยาวจนนักเรียนไม่เข้าใจคำถาม
7.       การถามอาจไม่ใช่ครูถามเพียงคนเดียว อาจให้นักเรียนผลัดกันถามบ้าง
8.       ใช้เทคนิคการเสริมกำลังใจ เมื่อนักเรียนตอบ ควรมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างเหมาะสม เช่น ยิ้ม พยักหน้า ยังไม่ถูก ลองคิดดูใหม่ซิ
9.       ถามนักเรียนที่จะสมัครใจจะตอบพอ ๆ กับนักเรียนที่ไม่อยากตอบ
10.    ไม่ควรเรียกนักเรียนที่ขาดเรียน มีข้อบกพร่องส่วนตัว เช่น พูดติดอ่าง พูดไม่ชัดเป็นผู้ตอบ
11.    ใช้ท่าทาง น้ำเสียงในการถามอย่างเหมาะสม
12.    ถามคำถามหลายประเภท ไม่ควรถามเฉพาะความจำ
13.    ใช้คำถามรุกเมื่อนักเรียนตอบไม่ชัดเจนหรือไม่ถูกต้อง เช่น เธอแน่ใจหรือ ลองตอบใหม่ซิ
14.    ฝึกให้นักเรียนรู้จักวิธีตอบคำถามที่ดี ไม่แย่งกันตอบ และกล้าแสดงความคิดเห็น ไม่อายหรือกลัวผิด

              โดยหลักๆ คำถามมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ คำถามที่ตอบตามข้อเท็จจริง (factual question) คำถามที่ตอบแบบตีความ (interpretive question) และคำถามที่ตอบแบบประเมินคุณค่า (evaluative question) คำถามที่ตอบตามข้อเท็จจริง คำถามประเภทนี้จะมีคำตอบที่ถูกต้องอย่างเดียว เช่น "เมื่อเช้านี้นักเรียนรับประทานอะไรมา ?" อย่างไรก็ดี คำตอบของคำถามประเภทนี้อาจจะไม่ง่ายเสมอไป ขึ้นอยู่กับคำถามที่ถาม เช่น "เหตุใดเส้นรอบวงของลูกบอลจึงเป็นเส้นโค้ง ?" คำถามเช่นนี้แม้จะเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบตามข้อเท็จจริง แต่ก็เป็นคำตอบที่ซับซ้อนกว่าตัวอย่างคำถามแรก การตั้งคำถามในรูปแบบนี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเรียนที่ใช้การสืบค้นความรู้เป็นฐาน (inquiry - based projects) ตราบเท่าที่คำถามเหล่านี้มีคำตอบและมีความเป็นไปได้ที่จะค้นคว้าหาคำตอบ คำถามที่ตอบแบบตีความ คำถามประเภทนี้จะมีคำตอบมากกว่าหนึ่ง แต่ยังคงต้องมีหลักฐานสนับสนุนคำตอบนั้น ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้ตอบ ตัวอย่าง เช่น "ทำไมเยอรมนีจึงพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ?" หรือ "ทำไมกระต่ายจึงวิ่งแข่งขันแพ้เต่า?" พึงสังเกตว่าคำถามประเภทนี้มักขึ้นต้นคำถามด้วย "ทำไม" คำตอบอาจมีมากกว่าหนึ่ง และจะถูกต้องตราบเท่าที่คำตอบนั้นอิงอยู่กับบริบทของเรื่องหรือเหตุการณ์ ในการศึกษาข้อความในรูปแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เรื่องแต่ง เรื่องจริง ภาพเขียน บทกวี ฯลฯ ครูควรใช้คำถามประเภทต้องการคำตอบแบบตีความหลายๆ คำถามที่ต่อเนื่องเกี่ยวโยงกับเนื้อเรื่อง เพราะคำถามเหล่านี้จะช่วยให้เด็กต้องกลับไปทบทวนเนื้อเรื่องทั้งหมด คำถามที่ต้องการคำตอบแบบตีนี้ความจะมีประสิทธิภาพยิ่งสำหรับการเริ่มต้นอภิปรายในชั้นเรียน เพื่อกระตุ้นผู้เรียนในการใช้ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน และบางครั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการเรียนที่ใช้การสืบค้นความรู้เป็นฐานอีกด้วย
                คำถามที่ตอบแบบประเมินคุณค่า เป็นคำถามที่ใช้ถามความเห็น ความเชื่อ หรือความคิด ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบใดที่ผิด อย่างไรก็ดี คำตอบจะขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้ตอบ ดังนั้น คำถามประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับการนำอภิปราย (ตัวอย่าง เช่น "สถานที่ดีๆ แห่งไหนบ้างที่เหมาะจะพาเด็กนักเรียนออกไปทัศนศึกษา ?") นอกจากนี้ยังใช้ในการศึกษางานวรรณกรรมหรืองานศิลปะต่างๆ (ตัวอย่างเช่น นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่กับทัศนะของผู้เขียนที่มีต่อผู้หญิง ?) คำถามที่ประเมินคุณค่าจะไม่เหมาะสำหรับการเรียนที่ใช้การสืบค้นความรู้เป็นฐาน เนื่องจากเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบตามความรู้สึกนึกคิดของแต่ละบุคคล แต่กระนั้นคำถามประเภทนี้จะช่วยให้ครูสามารถดึงเด็กเล็กหรือเด็กขี้อายให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนได้ (ตัวอย่างเช่น หนูชอบตัวละครไหนมากที่สุดในเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์ ?)

     
                โดยทั่วไป ครูควรเริ่มต้นคำถามด้วยคำว่า ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร ทำไม ไม่ควรเริ่มต้นกับเด็กด้วยคำพูดทำนองนี้ "บอกครูซิว่า....?" หรือ "จงอธิบายว่า...?" ถ้าคำถามของครูเริ่มต้นด้วยกรอบเช่นนี้ เท่ากับครูกำลังควบคุมกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก เนื่องจากครูกำลังใช้คำสั่งพร้อมๆ ไปกับขอให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียน เวลาที่ครูตั้งคำถาม ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการสนใจใคร่รู้คำตอบจากเด็กอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้คำถามแบบปลายเปิดจึงดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์การเรียนรู้ เว้นแต่ว่าครูมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องการชี้นำเด็กบางคนไปสู่ข้อสรุปที่เฉพาะเจาะจงบางเรื่อง หรือครูต้องการข้อเท็จจริงอะไรบางอย่างจากเด็ก






พยายามหลีกเลี่ยงคำถามที่ต้องการคำตอบเพียงแค่ "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" คำถามแบบนี้เรียกว่าคำถาม      ปิดตาย (dead end) หลักการของคำถามปลายเปิดมีดังนี้คือ
  • เชิญชวนให้ผู้ตอบแสดงความเห็น ความคิด และความรู้สึก
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วม
  • สร้างสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและผู้เรียน
  • กระตุ้นให้เกิดการอภิปราย และ
  • รักษาสมดุลระหว่างครูและผู้เรียน

            ลองเล่นเกมคำถามกับเด็ก ในการเริ่มต้นให้เด็ก 2 คนเลือกหัวข้อที่จะถาม คนแรกเริ่มต้นด้วยคำถามปลายเปิด จากนั้นให้อีกคนตอบด้วยคำถามปลายเปิดที่เชื่อมโยงกัน ให้ถามไปเรื่อยๆ โดยไม่ให้ซ้ำกับคำถามก่อนหน้า ตัวอย่างของหัวข้อในการตั้งคำถามอาจมาจากสิ่งของในห้องเรียนก็ได้ เช่น หลอดไฟฟ้า


ก : ทำไมแสงสว่างจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์?ข : แสงสว่างมาจากไหน?ก : แสงสว่างช่วยคนเราอย่างไร?ข : แสงสว่างใช้ที่ไหนได้บ้าง?ก : อะไรจะเกิดขึ้นหากไม่มีแสงสว่าง?
ลองตั้งคำถามทำนองนี้ไปเรื่อยๆ โดยให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วม แต่ละคนตั้งคำถามโดยใช้คำถามก่อนหน้าเป็นฐาน

                โปรแกรมการจัดการเรียนรู้ที่ดีจะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนในชั้นเรียนเข้ามาอยู่ในแผนการเรียนและในกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายเกี่ยวกับเป้าหมายของการเรียนการสอนระหว่างทีมงานที่เป็นเพื่อนครูด้วยกัน หรือการระดมสมองกับเด็กๆ คำแนะนำพื้นฐานต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์ยิ่งในการนำเข้าสู่การอภิปราย
  • แน่ใจว่าทุกคนมีความพร้อม นั่นหมายถึงทุกคนได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องมาก่อนหน้า หรือครูอ่านเรื่องที่จะอภิปรายให้ทุกคนได้ฟัง
  • รู้จุดมุ่งหมายแน่ชัด เป้าหมายของการอภิปรายนี้ต้องการให้ถึงขั้นการตัดสินใจ หรือแค่ระดมความคิดเบื้องต้น
  • ความเห็นต่างๆ ต้องมีหลักฐานสนับสนุน ยกตัวอย่างในการอภิปรายเกี่ยวกับหนังสือ ให้ครูตั้งคำถามว่าทำไมนักเรียนจึงเชื่อเช่นนั้น
  • ผู้นำอภิปรายมีหน้าที่ตั้งคำถามอย่างเดียว ไม่ควรตอบคำถามเอง
  • ให้ความสำคัญกับแต่ละคำถาม พยายามหลีกเลี่ยงคำถามทั่วๆ ไป หรือคำถามที่ไม่เฉพาะเจาะจง และหมั่นเตรียมคำถามที่ดีไว้ล่วงหน้า
  • ผู้นำอภิปรายต้องแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและมีพลังอยู่เสมอ
  • คำถามแบบตีความที่เป็นไปโดยธรรมชาติเป็นส่วนสำคัญยิ่งสำหรับการอภิปราย ทั้งนี้ การเตรียมคำถามไว้ล่วงหน้าจะช่วยนำไปสู่การตั้งคำถามแบบตีความที่เป็นธรรมชาติได้ดีกว่า
  • คำถามที่ดีมักจะนำไปสู่คำถามต่างๆ ที่ตามมามากขึ้น ดังนั้นคจึงรูควรควบคุมประเด็นต่างๆ ให้ดี เช่น การจำกัดเวลาให้พอเหมาะ อย่างไรก็ตาม ครูไม่ควรทำลายความกระตือรือร้นของเด็กในขณะที่เด็กอยู่ในขั้นตอนกระบวนการเรียนรู้ของเขา
  • เมื่อไรก็ตามที่เป็นไปได้หรือเหมาะสม ให้ใช้เทคนิคจัดผังความคิด (mapping) ในการจัดโครงสร้างของแนวคิดจากความคิดต่างๆ ที่มีผู้เสนอ ให้ผู้ร่วมอภิปรายเห็นว่าความคิดของพวกเขาถูกนำมาเขียนไว้ในแผนผังดังกล่าว
                การตั้งคำถามที่ดีเป็นเรื่องที่ต้องใช้ศิลปะพอสมควร หวังว่าเทคนิคและข้อแนะนำต่างๆ ข้างต้นจะช่วยให้ครูสามารถใช้คำถามเป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ทั้งกับตัวของครูเองและเด็กได้ดียิ่งขึ้นไม่มากก็น้อย เวลาที่ตั้งคำถามเด็ก ให้แน่ใจว่าครูได้บรรลุจุดประสงค์ในการถาม มีเหตุผลที่ดีเลิศหลายข้อในการใช้คำถามกับเด็ก คำถามเหล่านี้จะเข้าไปมีส่วนช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็ก และยังสะท้อนให้เห็นด้วยว่าเด็กเข้าใจสิ่งที่เรียนหรือไม่ นอกจากนี้ยังช่วยครูแก้ปัญหาในส่วนที่เด็กยังสับสน และช่วยให้เด็กสามารถบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ พึงระลึกว่า เทคนิคการตั้งคำถามหากใช้อย่างเหมาะสมจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับครูในการเรียนการสอน







http://www.newschool.in.th

44 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ22 มกราคม 2554 เวลา 04:35

    คณะผู้จัดทำหานไปไหนค่ะ VDO ควรแนะนำเนื้อหาก่อนเข้าเรื่องก็จะดีนะค่ะ โดยรวมดีค่ะ ไงก็ฝากแวะไปคอมเม้นกลุ่มทักษะการเล่าเรื่องด้วยนะจ๊ะ

    ตอบลบ
  2. คัยเป็นคนทำคะไม่เห็นมีเลยอ่ะ

    ตอบลบ
  3. เนื้อหาการทำยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีค่ะ

    ควรจะตั้งคำถามให้มากกว่านี้นะค่ะโดยถามคำถามไปเรื่อยๆ จนกว่าเด็กจะตอบค่ะ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ25 มกราคม 2554 เวลา 18:08

    รูปผู้จัดทำยังไม่ครบอ่ะค่ะ เนื้อหาทักษะการตั้งคำถามและวิดีโอยังถ่ายทอดไม่ชัดเจนค่ะ

    ตอบลบ
  5. เนื้อหาน้อยไปหน่อยนะแล้ว VDO หายไปไหนหรอค่ะ

    ตอบลบ
  6. ดูเหมือน งง ๆนิดหน่อยค่ะ
    แต่รวม ๆ ก็ดีค่ะ
    รูปผู้จัดทำยังลงไม่ครบหรือมีแค่นี้คะ

    ตอบลบ
  7. ไม่เห็นมีการแนะนำเนื้อหาทักษะการตั้งคำถามก่อนเลยค่ะและวิดีโอยังถ่ายทอดไม่ชัดเจนอีกด้วยน่ะค่ะ

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ26 มกราคม 2554 เวลา 08:43

    ควรมีการตกลงกันว่าจะสอนเรื่องอะไรก่อนถ่ายวีดีโอและในการสอนไม่ค่อยสอดคลองกับทักษณะเท่าที่ควร

    ตอบลบ
  9. เนื้อหาน่าสนใจนำไปใช้จริงๆได้

    ตอบลบ
  10. เนื้อหาดีค่ะ แต่การสอนยังไม่ค่อยชัดเจน

    ตอบลบ
  11. เนื้อหาการทำยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีแ ต่ โดย รวม แล้ว ก็ ดี ค รีบ

    ตอบลบ
  12. การสอนไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีนะคับ ปรับปรุงนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้วคับ ^^

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ27 มกราคม 2554 เวลา 09:07

    อ่านเนื้อหาแล้วเข้าใจยากอยู่ค่ะ และวีดีโอไม่สอดคล้อยเท่าไร

    ตอบลบ
  14. การสอนยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีเท่าไหร่ค่ะ ปรับปรุงนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้วค่ะ โดยรวมก็อยู่ในเกณฑ์ดีแล้วค่ะ

    ตอบลบ
  15. การสอนยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีเท่าไหร่ค่ะ ปรับปรุงนิดหน่อย

    ตอบลบ
  16. วีดีโอ หน้าจะแนะนำเนื้อหาก่อนเข้าเรื่องนะ

    และวีดีโอไม่สอดคล้อยกับเนื้อหาของทฤษฎีเท่าไรค่ะ

    ตอบลบ
  17. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  18. น่าจะเตรียมบทสำหรับการพูดให้ดีกว่านี้ การสอนยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีเท่าไหร่ค่ะ

    ตอบลบ
  19. ดูวิดิโอแล้วดูงงๆ
    นะค่ะยังไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าๆไร

    ตอบลบ
  20. การสอนยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีเท่าไหร่ค่ะ ปรับปรุงนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้วค่ะ

    ตอบลบ
  21. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  22. ทักษะการสอนกับหลักของทฤษฏีไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไรปรับปรุงอีกนิดก็ใช้ได้แล้วค่ะ

    ตอบลบ
  23. เนื้อหาดีคะ แต่วีดีโอดูแล้วไม่รู้เรื่องเลย ไม่สามารถจับประเด็นได้เลยว่ากำลังสอนเรื่องอะไร สอนแบบไหน เพราะวีดีโอไม่สอดคล้องกับเนื้อหาเลย และผู้สอนสอนควรพูดให้ชัดเจนมากกว่านี้ ควรพูดให้ไพเราะ ฟังดูแล้วไม่ค่อยเหมือนคุณครูกำลังสอนนักเรียนเลย

    ตอบลบ
  24. เนื้อหาครบถ้วนน่ะค่ะ แต่วิดีโอยังไม่ค่อยสมบูรณ์แสดงทักษะออกมาไม่ค่อยชัดเจนควรจะมีคำถามที่มากกว่านี้

    ตอบลบ
  25. ทำไมไม่ตัดช่วงแรกออกไปบ้างอะ

    กว่าจะเข้าเนื้อหารอนานมากอะ

    ตอบลบ
  26. ผมว่า ดนตรี title ดูน่าตื่นเต้นดี (ขอติตัวอักษรนิด เล็กไป ) ส่วนเรื่องของการสอนผมว่า มันไม่ค่อยชัดเจนตรงคำถาม+วิชาที่สอน โดยรวมแล้วผมว่า ดีครับ

    ตอบลบ
  27. เอ่อ รู้สึกว่าคำถามยังไม่ชัดเจนครับ ดูแล้ว ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ครับ

    ตอบลบ
  28. ทฤษฎีก็ดีค่ะ แต่วีดีโอดูแล้วไม่รู้เรื่องนะ น่าจะเรียบเรียงวีดีดอใหม่นะค่ะ

    ตอบลบ
  29. VDO การนำเข้าเรื่องไม่ค่อยสมบรูณ์เท่าที่ควร
    การสอนต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกับทฤษฎีหน่อยนะค่ะ
    ส่วนเนื้อหาใช้ได้ค่ะ

    ตอบลบ
  30. วีดีโอดูแล้วไม่รู้เรื่องนะ น่าจะทำให้ดูรู้เรื่องหน่อย เสียงไม่ค่อยได้ยินเลย

    ตอบลบ
  31. เนื้อหาละเอียดดีค่ะ แต่พอดูVDOแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรงงนิดๆเพราะผู้สอนสอนไม่ตรงกับหลักทฤษฎีเลยจับประเด็นไม่ค่อยได้ ควรศึกษาหลักทฤษฎีให้เข้าใจก่อนถ่ายVDOก็จะดีค่ะ

    ตอบลบ
  32. เนื้อหาพอใช้ได้
    แต่วิดีโอยังไม่ค่อยดี
    น่าจะมีการเกิ่นนำเข้าเรื่องก่อน
    และน่าจะแบ่งการทำงานกันให้ดีกว่านี้

    ตอบลบ
  33. สอนแบบธรรมชาติมากเลย

    ตอบลบ
  34. เนื้อหาก็ดีนะคะ
    แต่ดูแล้วไม่ค่อยสอดคล้องกับวีดีโอเลยค่ะ
    คำถามควรมีการเตรียมมาล่วงหน้าเพื่อให้ดูชัดเจนกว่านี้ค่ะ
    โดยรวมก็ดีค่ะ

    ตอบลบ
  35. วีดีโอดูแล้วไม่รู้เรื่องเลย ไม่สามารถจับประเด็นได้เลยว่ากำลังสอนเรื่องอะไรเนื้อหาดีคะ แต่ควรจะตั้งคำถามให้มากกว่านี้นะค่ะ

    ตอบลบ
  36. วิดีโอ อาจจะซับซ้อนไปหน่อย แต่เนื้อหาดีมาก อ่านแล้วสามารถจับใจความได้ ดี

    ตอบลบ
  37. โดยรวมดีแล้วค่ะ แต่วิดีโองงไปหน่อย

    ตอบลบ
  38. วีดีโอดูแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรค่ะ ดูแล้วไม่ค่อยตรงหรือสัมพันธ์กับทักษะ ส่วนตัวเนื้อหาสมบูรณ์ดีค่ะ

    ตอบลบ
  39. วีดีโอดูแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ค่อยสมบรูณ์เท่าที่ควร
    เนื้อหาครบถ้วน โดยภาพรวมก็พอใช้ได้ครับ..

    ตอบลบ
  40. วีดีโอดูไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ค่ะ และการสอนยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีเท่าไหร่ค่ะ แต่ภาพรวมก็พอใช้ได้ค่ะ

    ตอบลบ
  41. วีดีโอฟังไม่ค่อยได้ยิน และวิธีการดำเนินก็งงๆ ส่วนเนื้อหา ดีค่ะ

    ตอบลบ
  42. เนื้อหาดีค่ะ แต่ฟังไมค่อยได้ยินอ่ะค่ะ

    ตอบลบ
  43. การสอนยังไม่ค่อยสอดคล้องกับทฤษฏีเท่าไหร่ค่ะ ปรับปรุงนิดหน่อย

    ตอบลบ